เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังองค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) ประกาศชื่อภาษากรีกว่า “โอไมครอน” ให้กับเชื้อไวรัสโคโรนากลายพันธุ์ “บี1.1.529” โดยนับเป็น “สายพันธุ์น่าวิตกกังวล” ตัวที่ 5 ต่อจาก อัลฟา เบตา แกมมา และเดลตา

ทำเนียบขาวประกาศการระงับเที่ยวบินพาณิชย์ขาเข้าจากแอฟริกาใต้ บอตสวานา ซิมบับเว นามิเบีย เลโซโท อีสวาตินี โมซัมบิก และมาลาวี โดยมาตรการจะมีผลบังคับใช้ ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 29 พ.ย.นี้ โดยประธานาธิบดีโจ ไบเดน กล่าวว่า สหรัฐมีความวิตกกังวลต่อเชื้อโอไมครอน ที่มีแนวโน้มแพร่ระบาดรวดเร็วมาก จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีมาตรการป้องกันไว้ก่อน

ขณะที่แคนาดาประกาศระงับการเข้าประเทศของพลเมืองต่างชาติจากแอฟริกาใต้ นามิเบีย เลโซโท บอตสวานา อีสวาตินี ซิมบับเว และโมซัมบิก ด้านสหราชอาณาจักร รัสเซีย และสหภาพยุโรป (อียู) ตลอดจนอีกหลายประเทศในทวีปเอเชีย เช่น ญี่ปุ่น และสิงคโปร์ ประกาศมาตรการแบบเดียวกัน

ด้านกระทรวงการต่างประเทศของแอฟริกาใต้ออกแถลงการณ์ วิจารณ์มาตรการควบคุมพรมแดนของนานาประเทศ “ไม่เป็นธรรม” และไม่สอดคล้องกับแนวทางของดับเบิลยูเอชโอ ซึ่งยังคงเน้นย้ำว่า ต้องการเวลาศึกษาเชื้อไวรัสโอไมครอนอีกระยะหนึ่ง เกี่ยวกับ “ขอบเขตอันตราย” ที่รวมถึงรูปแบบของการติดเชื้อ การก่อโรค และการต้านทานต่อวัคซีน โดยก่อนหน้านั้น หลายฝ่ายมีความกังวลอย่างหนักต่อเชื้อเบตา ซึ่งพบครั้งแรกในแอฟริกาใต้ แต่จนถึงตอนนี้ การแพร่ระบาดของเชื้อยังคงอยู่ในวงจำกัด